การใช้เครื่องหมายวรรคตอน

จาก L10N

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

สรุปการใช้เครื่องหมายวรรคตอนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานแปลซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ซึ่งจะได้เป็นข้อตกลงร่วมกัน ใช้เหมือนกัน จะได้ไม่เกิดความหลากหลาย โดยเลือกบางเครื่องหมายที่พบการใช้บ่อย เนื้อหาสรุปส่วนใหญ่อิงจากหลักเกณฑ์การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและเครื่องหมายอื่น ๆ ของทางราชบัณฑิตยสถาน ในบางเกณฑ์นั้นทางราชบัณฑิตฯ ไม่ได้กำหนดการใช้ไว้แน่นอน แต่ดูจากตัวอย่างการใช้เครื่องหมายวรรคตอนของทางราชบัณฑิตฯ แล้วนำมากำหนดเพื่อใช้เป็นข้อสรุปอีกที หากมีข้อเสนอแนะ หรือความเห็นใดๆ ที่ต่างออกไปก็หยิบยกประเด็นมาตกลงการใช้ใหม่ได้ เกณฑ์การใช้เครื่องหมายวรรคตอนที่กำหนดในเบื้องต้น

เนื้อหา

เครื่องหมายมหัพภาค (.)

  1. ใช้เพื่อกำกับอักษรย่อ
    • วางติดหลังพยัญชนะที่ต้องการย่อ เช่น พ.ศ.
    • ก่อนขึ้นคำหรืออักขระต่อไปให้เว้น ๑ วรรค เช่น พ.ศ. ๒๕๔๘
  2. ใช้หลังตัวเลขหรือตัวอักษรเพื่อบอกลำดับข้อ
    • วางติดหลังพยัญชนะ หรือตัวเลขที่เป็นลำดับข้อ เช่น ๑. หรือ ก. หรือ a. เป็นต้น
    • ก่อนขึ้นข้อความ หรืออักขระต่อไปของลำดับข้อนั้นให้เว้น ๑ วรรค เช่น ๑. สีแดง
    • กรณีมีข้อย่อย ใส่ลำดับข้อย่อยไว้หลังจุด และเว้น ๑ วรรคก่อนขึ้นข้อย่อย เช่น ๑. ก.

เครื่องหมายจุลภาค (,)

  1. กรณีใช้แยกวลี หรืออนุประโยคออกจากกัน
    • วางเครื่องหมายติดท้ายพยัญชนะของวลี หรือประโยคที่อยู่หน้า
    • ก่อนขึ้นวลีหรือประโยคถัดไปเว้นวรรค ๑ วรรค เช่น กรณีของการลงโปรแกรมที่ไม่รู้จัก, เราอาจจะศึกษาจากคู่มือได้
  2. กรณีใช้คั่นระหว่างคำ
    • การใช้เรื่องหมายจุลภาคคั่นคำในรายการ จะใช้กับรายการตั้งแต่ ๓ รายการขึ้นไป ใช้เครื่องหมายคั่นระหว่างรายการโดยให้เครื่องหมายติดที่พยัญชนะท้ายของคำหน้า และก่อนขึ้นคำต่อไปวรรค ๑ วรรค
    • คำรายการสุดท้ายใช้คำว่า "และ" หรือ "หรือ" โดยไม่ต้องมีเครื่องหมายคั่นระหว่างคำก่อนสุดท้ายกับคำสุดท้าย เช่น สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนคือ พื้นที่, อุปกรณ์ และวัตถุดิบ

เครื่องหมายอัฒภาค (;)

  1. กรณีใช้คั่นระหว่างประโยค ซึ่งอาจจะใช้แยกประโยคเปรียบเทียบออกจากกัน หรือเพื่อแสดงความต่อเนื่องอย่างใกล้ชิดของประโยค
    • วางเครื่องหมายติดพยัญชนะท้ายของประโยคหน้า และวรรค ๑ วรรคก่อนขึ้นประโยคใหม่ เช่น
      • หากตึงเกินไปก็อาจจะขาด; ในขณะเดียวกันหากหย่อนเกินไปก็ไม่กระชับ
    • วางเครื่องหมายติดพยัญชนะท้ายของประโยคหน้า และวรรค ๑ วรรคก่อนขึ้นประโยคใหม่
  2. กรณีใช้คั่นเพื่อจำแนกรายการออกเป็นพวกๆ อาจมีเครื่องหมายคั่นเช่น เครื่องหมายจุลภาคอยู่ในระหว่างกลุ่มอยู่แล้ว
    • วางเครื่องหมายติดพยัญชนะท้ายของกลุ่มคำข้างหน้า และวรรค ๑ วรรคก่อนขึ้นกลุ่มคำใหม่ เช่น
      • การสัมมนาครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยราชการต่างๆ เข้าร่วมด้วย เช่น กรมวิชาการ, กรมอาชีวศึกษา, ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ; กรมป่าไม้, กรมวิชาการเกษตร, ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กรมอนามัย, กรมการแพทย์, ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
  3. กรณีใช้คั่นระหว่างกลุ่มตัวเลข
    • ให้วรรคหน้าเครื่องหมายหนึ่งวรรค และหลังเครื่องหมายหนึ่งวรรค เช่น
      • ๑ : ๒, ๕ : ๑๐ ; ๑ : ๓, ๒ : ๖

เครื่องหมายทวิภาค (:)

  1. กรณีใช้กับตัวเลข เพื่อแสดงมาตราส่วน, อัตราส่วน หรือสัดส่วน
    • จะวรรคหนึ่งวรรค ระหว่างเครื่องหมายกับตัวเลข โดยวรรคทั้งหน้าและหลังเครื่องหมาย เช่น
      • แผนที่นี้ใช้มาตราส่วน ๑ : ๑๐๐,๐๐๐
      • ในการหุงข้าวใช้ข้าวและน้ำในอัตราส่วน ๑ : ๒
      • ในการผสมคอนกรีตใช้ปูน ซีเมนต์ หิน และทราย ในสัดส่วน ๑ : ๒ : ๔
  2. กรณีใช้แทนคำว่า "คือ"
      • หน้าเครื่องหมายติดพยัญชนะท้ายของคำข้างหน้า และวรรคหนึ่งวรรค หลังเครื่องหมาย เช่น
      • เพชรมงกุฎ: ลิลิตเพชรมงกุฎ ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณ. (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ สำนักพิมพ์ อักษรเจริญทัศน์ พิมพ์ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๒๖)
  3. กรณีใช้หลังคำ "ดังนี้, ดังต่อไปนี้ ฯลฯ" เพื่อแจกแจงรายการ เช่น
      • หน้าเครื่องหมายติดพยัญชนะท้ายของคำข้างหน้า และวรรคหนึ่งวรรค หลังเครื่องหมาย เช่น
      • ในสวนของนายเขียวมีผลไม้ชนิดต่างๆ ดังนี้: เงาะ, ทุเรียน, มังคุด, ลางสาด และขนุน

เครื่องหมายวิภัชภาค (:-)

  1. กรณีใช้หลังคำ "ดังนี้, ดังต่อไปนี้ ฯลฯ" เพื่อแจกแจงรายการ
    • เครื่องหมายจะอยู่ติดพยัญชนะท้ายสุดของประโยค และรายการที่มีเครื่องหมายนี้จะต้องขึ้นย่อหน้าใหม่ทุกๆ รายการ
      • การสัมมนาครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยราชการต่างๆ เข้าร่วมประชุม ดังต่อไปนี้:-
กรมวิชาการ
กรมอาชีวศึกษา
กรมวิชาการเกษตร
กรมอนามัย
กรมการแพทย์

เครื่องหมายยัติภังค์ (-)

เครื่องหมายวงเล็บ ( )

  1. กรณีการใช้เพื่อกั้นข้อความที่ขยายหรืออธิบาย จากข้อความอื่น หรืออื่นๆ เช่น บอกข้อความที่เป็นตัวอย่าง เป็นต้น
    • วรรค ๑ วรรค ที่หน้าเครื่องหมายวงเล็บเปิด และ ๑ วรรคหลังเครื่องหมายวงเล็บปิด
    • ข้อความที่อยู่ในวงเล็บจะติดกับวงเล็บ ทั้งวงเล็บเปิด และวงเล็บปิด เช่น
      • จึงสรุปได้ว่า มนุษย์หรือขันธ์ ๕ นั้น ได้สร้างโลภะ (ความโลภ) โทสะ (ความโกรธ) และโมหะ (ความหลงผิด) ให้แก่ตัวเองทั้งสิ้น
        (ที่ระลึก งานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๒๕ บริษัทบพิธการพิมพ์ จำกัด พ.ศ. ๒๕๒๕ หน้า ๑๑๙)
  2. กรณีใช้กับตัวเลขหรือตัวอักษรที่ใช้บอกลำดับข้อ
    • วรรค ๑ วรรค หลังเครื่องหมายวงเล็บปิด
    • อักขระที่อยู่ในวงเล็บจะติดกับวงเล็บ ทั้งวงเล็บเปิด และวงเล็บปิด เฮ้

เครื่องหมายวงเล็บเหลี่ยม [ ]

  1. กรณีใช้กันคำหรือข้อความที่ขยายหรืออธิบายจากข้อความอื่น เมื่อข้อความนั้นมีการใช้เครื่องหมายวงเล็บแบบอื่นด้วย
    • วรรคหน้าเครื่องหมายวงเหล็บเปิด ๑ วรรค และหลังวงเล็บปิด ๑ วรรค
    • ข้อความที่อยู่ในเครื่องหมายวงเล็บเหลี่ยมจะอยู่ติดกับวงเล็บ ทั้งวงเล็บเปิดและวงเล็บปิด เช่น
      • กตัญญู ว. (ผู้) รู้อุปการะที่ท่านทำให้, (ผู้) รู้คุณท่าน, เป็นคำคู่กันกับ กตเวที. [ป. กต = (อุปการะ) ที่ท่านทำแล้ว ญู = ผู้รู้].
(พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ สำนักพิมพ์ อักษรเจริญทัศน์ พ.ศ. ๒๕๒๖)

เครื่องหมายไปยาลน้อย (ฯ)

  1. ใช้ละส่วนท้ายของคำที่รู้กันดีแล้ว
    • วางเครื่องหมายไว้ติดท้ายคำ เช่น กรุงเทพฯ
    • ก่อนขึ้นวลีหรือประโยคถัดไปให้เว้นวรรค ๑ วรรค เช่น กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย
  2. ใช้ละส่วนท้ายของวิสามานยนาม (ชื่อเฉพาะ) ซึ่งได้กล่าวมาก่อนแล้ว
    • มีหลักเกณฑ์ในการใช้เช่นเดียวกับกรณีแรก ตัวอย่างเช่น วัดพระเชตุพนฯ

เครื่องหมายปรัศนี (?)

  • ในกรณีใช้เมื่อสิ้นสุดความหรือประโยคที่เป็นคำถาม หรือใช้หลังข้อความเพื่อแสดงความสงสัยหรือไม่แน่ใจ เป็นต้น
    • ใช้วางท้ายข้อความหรือประโยค โดยวรรค ๑ วรรค ก่อนวางเครื่องหมาย เช่น
      • ต้องการลบหรือไม่ ? หรือ ลบ ?

เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!)

  1. กรณีใช้หลังคำ วลี หรือประโยคที่เป็นคำอุทาน
    • วรรค ๑ วรรคที่หน้าครื่องหมาย เช่น อุ๊ย !
  2. กรณีใช้หลังคำเลียนเสียงธรรมชาติ
    • วรรค ๑ วรรคที่หน้าครื่องหมายเช่นกัน เช่น โครม !
  3. กรณีใช้เป็นเครื่องหมายแฟกทอเรียลในทางคณิตศาสตร์ คือใช้เขียนหลังตัวเลขหรือตัวอักษรแสดงจำนวนเพื่อแสดงถึงผลคูณต่อเนื่อง จากหนึ่งถึงจำนวนนั้น
    • ให้เครื่องหมายติดกับตัวเลขหรือตัวอักษรนั้น เช่น
      • ๕! อ่านว่า แฟกทอเรียลห้า (หมายความว่า ๑ x ๒ x ๓ x ๔ x ๕)
n! อ่านว่า แฟกทอเรียลเอ็น (หมายความว่า ๑ x ๒ x ๓ x ...x n)

เครื่องหมายอัญประกาศ (" ")

ใช้ในกรณีต่างๆ ได้แก่

  1. ใช้แสดงว่าคำหรือข้อคำพูด หรือความนึกคิด
  2. ใช้เพื่อแสดงว่าข้อความนั้นคัดมาจากที่อื่น
  3. ใช้เพื่อแสดงการเน้นให้ข้อความนั้นเด่นชัดขึ้น
  4. ใช้เพื่อแสดงว่ามีความหมายผิดไปจากปกติ

การใช้

  • วรรค ๑ วรรค หน้าเครื่องหมายอัญประกาศเปิด และวรรค ๑ วรรค หลังเครื่องหมายอัญประกาศปิด
  • ข้อความในเครื่องหมายจะต้องอยู่ติดกับเครื่องหมาย ทั้งอัญประกาศเปิด และอัญประกาศปิด เช่น
ให้ทำสีเน้นตรงข้อความที่ว่า "หากเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนไม่ขอรับผิดชอบ"

เครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว (' ')

เครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว ต้องการใช้เครื่องหมายอัญประกาศในข้อความที่มีเครื่องหมายอัญประกาศก่อนอยู่แล้ว ก็ให้ใช้เครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว

การใช้

  • จะวรรค ๑ วรรคหน้าเครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว และวรรค ๑ วรรค หลังอัญประกาศเดี่ยวเปิด แต่หากหลังเครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยวปิดเป็นเครื่องหมายอัญประกาศปิดเช่นกัน ก็ไม่ต้องวรรค
  • ข้อความที่อยู่ภายในเครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยว จะติดกับเครื่องหมาย ไม่ต้องวรรค เช่น
เมื่อเลือกรายการนี้ จะมีข้อความขึ้นมาว่า "หากต้องการยืนยันการเลือกกดปุ่ม 'ตกลง'"

เครื่องหมายไม้ยมก (ๆ)

  1. ใช้เขียนหลังคำ วลี หรือประโยค เพื่อให้อ่านซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
    • เครื่องหมายจะอยู่ติดหลังคำที่ต้องการอ่านซ้ำ เร็วๆ
    • ก่อนขึ้นวลีหรือประโยคถัดไปให้เว้นวรรค ๑ วรรค เช่น เร็วๆ เข้าทุกคน
  2. ไม่ใช้ไม้ยมกในกรณีดังต่อไปนี้
    • เมื่อเป็นคำคนละบทคนละความ เช่น เขาแบ่งส้มออกเป็น ๕ กองๆ ละ ๑๐ ผล ให้เขียนเป็น เขาแบ่งส้มออกเป็น ๕ กอง กองละ ๑๐ ผล
    • เมื่อรูปคำเดิมเป็นคำ ๒ พยางค์ที่มีเสียงซ้ำกัน ได้แก่ นานา จะจะ
    • เมื่อเป็นคำคนละชนิด (part of speech) กัน เช่น ฉันจะไปที่ๆ ไกลแสนไกล ให้เขียนเป็น ฉันจะไปที่ที่ไกลแสนไกล

เครื่องหมายทับ (/)

การใช้

  • ใช้เขียนคั่นระหว่างทางเลือก เช่น "ตรวจสอบการสะกดคำอัตโนมัติ เปิด/ปิด"
  • ไม่ต้องเว้นวรรคก่อนและหลังเครื่องหมายทับ (/)
เครื่องมือส่วนตัว